วัคซีนของจีนสามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโควิด-19

ผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ผลิตโดยบริษัทซิโนแวคของจีน สามารถกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันได้ภายในเวลาไม่นาน แต่ระดับของสารภูมิต้านทานยังน้อยกว่าของผู้ป่วยซึ่งได้รับการรักษาหายจากโรค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ว่าวารสารโรคติดต่อ “แลนเซ็ต” เผยแพร่กระบวนการพิชญพิจารณ์ ซึ่งเป็นการตรวจสอบงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางคลินิกในระยะที่หนึ่งและระยะที่สอง ของวัคซีน “โคโรนาแวค” คิดค้นและพัฒนาโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค ของจีน ซึ่งเป็นการทดสอบกับอาสาสมัครมากกว่า 700 คน พบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ จากการรับวัคซีน 2 ชุด ภายในระยะเวลาห่างกัน 14 วัน

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคณะผู้พิจารณาผลงานวิจัยมีความเห็นว่า วัคซีนของซิโนแวคสามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม การที่ระดับของสารภูมิต้านทานยังต่ำกว่าแอนติบอดีในร่างกายของผู้ที่หายป่วยแล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงมีความเห็นตรงกันว่า การวิเคราะห์ผลการทดสอบทางคลินิกในระยะที่สาม จะนำไปสู่การตั้งสมมุติฐานได้ในระดับแม่นยำมากกว่า ว่าท้ายที่สุดแล้ววัคซีนโคโรนาแวคมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันมนุษย์จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่
  
อย่างไรก็ตาม รายงานของซิโนแวค ระบุว่า สินค้าของบริษัท “น่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวก” เนื่องจากสามารถเก็บได้นานถึง 3 ปี ในสภาพแวดล้อมคงที่ ด้วยอุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส ขณะที่มีรายงานว่า วัคซีนของไฟเซอร์แม้สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานสูงสุด 5 วัน และนานสูงสุด 15 วันในกล่องเก็บอุณหภูมิ แต่อุณหภูมิเหมาะสมที่สุดคือ -70 องศาเซลเซียส