จีนเตือนอาเซียนระวังสหรัฐบ่อนทำลายเรื่องทะเลจีนใต้

นายหวง สี่เหลียน เอกอัครราชทูตจีนประจำฟิลิปปินส์เตือนประเทศในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนให้ระวังสหรัฐพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ด้วยการเข้ามาแทรกในข้อพิพาททะเลจีนใต้

นายหวงให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มะนิลาไทมส์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สหรัฐอ้างเรื่องปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือบังหน้าการรุกล้ำน่านน้ำและน่านฟ้าประเทศอื่นอย่างไร้ความยั้งคิด และเอาตัวเข้าไปยุ่งกับทะเลทุกแห่งทั่วโลก ขอให้อาเซียนแก้ไขข้อพิพาทกับจีนอย่างเหมาะสม อย่าถูกสหรัฐใช้เป็นเครื่องมือบ่อนทำลายเสถียรภาพในเอเชีย-แปซิฟิก หลังจากนายคิม ซงยอง เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์เขียนบทความแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนฟิลิปปินส์ในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก เป็นคำที่ฟิลิปปินส์ใช้เรียกน่านน้ำในทะเลจีนใต้ส่วนที่ฟิลิปปินส์อ้างว่าอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์และพื้นที่ที่อ้างสิทธิทับซ้อนกับจีน คำว่าทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตกเป็นคำที่แทบไม่มีใครใช้ และน่าจะถูกมองว่าเป็นคำยั่วยุสำหรับจีน

ส่วนเมื่อวันเสาร์นายจอร์จ เอ็น ซิบลีย์ อัครราชทูตที่ปรึกษาของสถานทูตสหรัฐประจำเมียนมากล่าวหาจีนว่า ฉวยประโยชน์จากอุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์และแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่า โดยชี้ว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนใช้กับฮ่องกงและการเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเมียนมา เพราะแสดงให้เห็นว่าการสูญเสียอธิปไตยยุคใหม่ไม่ได้เกิดจากการกระทำที่เปิดเผยรุนแรง แต่เกิดจากการกัดกร่อนอย่างข้า ๆ เป็นเวลานาน จีนเข้ามาปลูกกล้วยอย่างไร้การควบคุมในรัฐกะฉิ่น ฉวยประโยชน์จากแรงงานราคาถูกและทำลายสิ่งแวดล้อม จีนลงทุนอย่างไร้การควบคุมในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และป่าไม้ของเมียนมา ทำโครงการโครงสร้างพื้นฐานและเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ที่ทำให้เมียนมาเป็นหนี้และต้องยุติการกำกับดูแล ทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่าชาวเมียนมา

ด้านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กสถานทูตจีนประจำเมียนมาลงถ้อยแถลงทั้งภาษาอังกฤษและเมียนมาตอบโต้ว่า นายซิบลีย์จงใจสร้างความแตกแยกให้ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นความเห็นแก่ตัว เสแสร้ง น่ารังเกียจ และน่าเกลียด สหรัฐคว่ำบาตรเมียนมามาหลายปีทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร ไม่เพียงเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเมียนมา แต่ยังกระทบต่อการแลกเปลี่ยนของเมียนมากับประเทศอื่นด้วย